อย่างหนึ่ง ในชนบทชาวกุรุ ตามปกติแล้ว ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และ
อุบาสิกาทั้งหลาย พากัน
ประกอบความเพียรเนือง ๆ ในสติปัฏฐานภาวนาอยู่ โดยที่สุดแม้พวก
ทาส, กรรม และบริวารชน ก็พูดจากันเกี่ยวกับสติปัฏฐานนั้น. แม้แต่
ที่ท่าน้ำและสถานที่ปั่นด้ายกันเป็นต้น
ขึ้นชื่อว่าการพูดกันในเรื่องไร้ประโยชน์จะเป็นไปไม่ได้เลย.
ถ้าหญิงคนใดคนหนึ่งถูกถามว่า คุณแม่จ๋า คุณแม่มนสิการสติปัฏ-
ฐานภาวนาข้อไหน ? แล้วตอบว่าไม่ได้มนสิการข้อไหนเลย.
คนทั้งหลายจะตำหนิเธอว่า ชีวิตของเธอไร้ประโยชน์
เธอถึงจะมีชีวิตอยู่ก็เช่นกับคนตายแล้ว.
จึงได้ให้โอวาทเธอว่า ทีนี้อย่าได้ทำอย่างนี้
แล้วให้เรียนเอาสติปัฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง.
แต่ (ถ้า) หญิงใดพูดว่า ฉันมนสิการสติปัฏฐานชื่อโน้น.
คนทั้งหลายจะพากันให้สาธุการว่า สาธุ สาธุ
แล้วสรรเสริญด้วยถ้อยคำทั้งหลายมีอาทิว่า
ชีวิตของเธอเป็นชีวิตที่ดีแล้ว
เธอชื่อว่าเป็นมนุษย์สมบูรณ์แล้ว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอาบัติขึ้นมา
เพื่อประโยชน์แก่เธอ.